"ประเทศกูมี" เเชร์ต่อเสี่ยงคุก 5 ปี ปรับ 1 เเสนบาท

Publish 2018-10-27 08:58:32


"ประเทศกูมี"เพลงที่อยู่ในกระเเสวิพากวิจารณ์ขณะนี้ รัฐบาล เผยว่า คลิปเพลงดังกล่าว ฟังเเล้วรู้สึก้สียใจเเละสุดท้ายประเทศเสียหายมากที่สุด ขณะที่ตำรวจ เร่งสอบสวนเอาผิด เบื้องต้นอาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ที่นำไปโพสต์ต่ออาจมีความผิดเช่นกัน คลิปเพลงนี้เป็น ของกลุ่มศิลปิน Rap Against Dictatorship ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการทำงานของราชการ เป็นคลิปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. กำลังตรวจสอบเนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดในข้อหาใด พร้อมทั้งตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในคลิปว่าเป็นใคร

 


 



พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ปอท. ระบุว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างมาก และผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมา ซึ่งในการเอาผิดจะต้องเชิญกลุ่มศิลปินที่อยู่ในคลิปเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา ส่วนที่ฝ่ายศิลปิน ชี้แจงว่า เนื้อหาของเพลงเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลใดนั้น เป็นสิทธิที่ฝ่ายศิลปินจะให้การ แต่เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานว่าผิดหรือไม่

 

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิด พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) กรณีผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งผู้ที่โพสต์ต่อก็อาจเข้าข่ายความผิด มาตรา 14 (5) ซึ่งมีโทษอัตราเดียวกัน

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เนื้อหาเพลงนี้เข้าข่ายความผิดห้าสิบ-ห้าสิบ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่า เนื้อหาเข้าข่ายขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หรือไม่ มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือขัดคำสั่ง คสช. ด้วยหรือเปล่า พร้อมเตือนคนที่ทำเพลง อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายบ้านเมือง เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและครอบครัว

 

 



นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีหลายฝ่ายสอบถามรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรต่อกรณีนี้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า มีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ในส่วนรัฐบาล รู้สึกเสียใจ เพราะสุดท้ายความเสียหายตกอยู่กับประเทศ

 

 

ส่วนจะมีคำสั่งห้ามเข้าถึงคลิปนี้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การเผยแพร่คลิปในโซเชียลมีเดียสามารถเป็นได้หลายทาง แม้จะปิดต้นตอ แต่ภาพที่ออกไป แต่ละคนก็สามารถแชร์ต่อได้ การควบคุมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากการตรวจสอบเชิงเทคนิค ทำให้รู้ได้ว่าคลิปมีที่มาจากแหล่งใด
 

 

 


เรียบเรียงโดย : วรรณิดา อักษรเพ็ชร